ในปี 2548 อาจารย์อุดมศึกษาไทยรวมประมาณ 50,000 คน
ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเพียง ประมาณ 2,000 ฉบับ
ในจำนวนนี้ 90% เกิดมาจากมหาวิทยาลัยเพียง 8 แห่ง
ซึ่งหมายความว่ามหาวิทยาลัยที่เหลืออีกร้อยกว่ามหาวิทยาลัยตีพิมพ์เพียง 10% เท่านั้นเอง แต่ถ้าดูในรายละเอียด
ยังพบว่าแม้ในมหาวิทยาลัยที่ตีพิมพ์มากที่สุดรวม 8 แห่งนี้ เมื่อเฉลี่ยตามจำนวนอาจารย์แล้ว มีการตีพิมพ์เพียงคนละ 0.12 บทความเท่านั้นเอง ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ
อาจารย์ของเขาจะตีพิมพ์คนละไม่ต่ำกว่า 2 ฉบับต่อปี
มากกว่าที่ดีที่สุดของเราถึง 20 เท่า
ในภาพรวมการตีพิมพ์ของอาจารย์ในสหรัฐอเมริกา
ประมาณปีละ 200,000 ฉบับ ญี่ปุ่น 50,000 ฉบับ สหราชอาณาจักร 40,000 จีน 12,000 อินเดีย เกาหลี สิงคโปร์
ประมาณ 10,000 ฉบับ เป็นต้น
ข้อมูลเช่นนี้ชี้ชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยของเราอ่อนด้อยในด้านการวิจัย
ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ เป็นที่ยอมรับกันในสากลว่า
มหาวิทยาลัยต้องเป็นต้นกำเนิดของการวิจัย และต้องเน้นภาระหน้าที่เรื่องการวิจัย
เพราะการวิจัยเป็นการสร้างองค์ความรู้ หากเราไม่มีการวิจัย เราก็จะขาดทุนทางปัญญา
ในโลกยุคเศรษฐกิจฐานความรู้
ทุนทางปัญญาถูกเปลี่ยนไปเป็นนวัตกรรมซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของธุรกิจ
และระบบเศรษฐกิจ ยิ่งมีนวัตกรรมที่เกิดจากความรู้ระดับสูง
ผลิตภัณฑ์นั้นก็ยิ่งมีมูลค่าเพิ่มสูง ส่งผลต่อความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจในที่สุด
เมื่อประเทศเราขาดนวัตกรรม เราจึงเสียเปรียบทางเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทั้งหมดนี้ เกิดมาจากที่ระบบการศึกษาที่มีความอ่อนแอด้านการวิจัย
นอกจากนั้น
เรายังพบอีกว่าสถาบันการศึกษาในประเทศที่มีความเติบโตทางด้านเศรษฐกิจทั้งหลาย
มีบทบาทในการเป็นต้นกำเนิดของธุรกิจโดยตรง
โดยการสนับสนุนให้มีการนำเอาการประดิษฐคิดค้นจากการวิจัยมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์
และสร้างหน่วยวิสาหกิจ ได้แก่ การเกิดบริษัทต่างๆ
ซึ่งมักจะจัดในรูปของหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอาชีวศึกษา
แต่ละปีจะมีบริษัทเกิดใหม่จำนวนมากจากหน่วยบ่มเพาะเหล่านี้
ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นมีหน่วยการผลิตใหม่ๆ เกิดขึ้น
ซึ่งผลักดันให้เศรษฐกิจมีการขยายตัว และเกิดการเจริญเติบโต เช่น
ในมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เป็นต้น
เราจะพบว่ามีหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจทั้งในระดับคณะวิชา และระดับมหาวิทยาลัย
ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงหน่วยบ่มเพาะในระดับชาติอีกด้วย
ในประเทศไทย
เราขาดระบบบ่มเพาะเช่นนี้ในสถาบันการศึกษา แต่ที่จริงเราขาดมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น
คือขาดนวัตกรรมด้วย แม้ สกอ.ได้เริ่มส่งเสริมให้มีโครงการ
"หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในมหาวิทยาลัย" เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
แต่แรงผลักดันก็ยังอ่อน บัณฑิตไทยจึงเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือน
เดินเข้าสู่ระบบการผลิตเดิมที่มีอยู่แล้ว การเกิดวิสาหกิจใหม่ๆ มีน้อยมาก
เราจึงถูกครอบงำโดยวิสาหกิจที่มาจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่
การที่เรามองไม่เห็นว่าพันธกิจของมหาวิทยาลัย
คือการสร้างความรู้จึงได้เหมารวมระบบมหาวิทยาลัยไว้กับ
อ้างอิง : http://www.charuaypontorranin.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538672107
อ้างอิง : http://www.charuaypontorranin.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538672107
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น